สุดเศร้า! พ่อกุนซือวิลล่าสิ้นใจจากโควิด-19

แอสตัน วิลล่า เผยเอง ดีน สมิธ กุนซือของพวกเขาต้องพบกับข่าวเศร้าจากการที่ รอน สมิธ บิดาของเจ้าตัวต้องสิ้นใจลงหลังจากติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเขาถูกตรวจพบว่าติดเชื้อเมื่อราว 4 สัปดาห์ก่อน

แอสตัน วิลล่า สโมสรในระดับ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า รอน สมิธ บิดาของ ดีน สมิธ ผู้จัดการทีมของพวกเขา เสียชีวิตลงด้วยวัย 79 ปี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

สมิธ คนพ่อ ถือเป็นแฟนบอลตัวยงของ วิลล่า โดยเขาถูกตรวจพบว่าติดเชื้อร้ายนี้เมื่อราว 4 สัปดาห์ก่อน ซึ่งที่จริงก่อนที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น เขาก็เคยถูกตรวจพบว่ามีอาการสมองเสื่อมอย่างรุนแรงตั้งแต่ช่วง 6 ปีก่อนแล้ว

แถลงการณ์ส่วนหนึ่งของ วิลล่า ระบุว่า “ครอบครัว แอสตัน วิลล่า รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ต้องขอประกาศว่า รอน สมิธ บิดาของ ดีน เฮดโค้ชคนปัจจุบันของเรานั้น ได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 79 ปี

อ่านเพิ่มเติม “สุดเศร้า! พ่อกุนซือวิลล่าสิ้นใจจากโควิด-19”

ศาลกีฬาโลกกำหนดวันตัดสินคดีแมนซิตี้โดนแบนเวทียุโรป

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใกล้ได้รู้ชะตากรรม หลังศาลกีฬาโลกกำหนดวันตัดสินคำอุทธรณ์โดนแบนเวทียุโรป 2 ซีซั่นออกมาแล้วว่าจะเป็นยังไงต่อไป

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดนศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส) จะพิจารณาตัดสินคำอุทธรณ์ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กรณีที่โดนสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) สั่งห้ามลงแข่งขันในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือรายการอื่นๆ ในเวทียุโรปจำนวน 2 ฤดูกาล ระหว่างวันที่ 8-10 มิถุนายนนี้

ยูฟ่า ได้ลงโทษ แมนฯ ซิตี้ ฐานทำความผิดอย่างรุนแรงต่อกฎควบคุมการเงิน หรือ “ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์” จากการปลอมแปลงรายได้ในบัญชีระหว่างปี 2012-16 เพื่อที่จะได้ไม่โดนลงโทษจากกฎควบคุมการเงิน หรืออย่างน้อยจะได้โดนลงดาบสถานเบา โดยโทษแบนดังกล่าวจะมีผลในซีซั่น 2020/21 กับ 2021/22

นอกจากนั้น “เรือใบสีฟ้า” ยังถูกปรับเงินก้อนโตถึง 24.9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 996 ล้านบาท) อีกด้วย อย่างไรก็ตาม สโมสรได้ยื่นอุทธรณ์ต่อ ซีเอเอส โดยมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง และหวังว่า ศาลกีฬาโลก จะเปลี่ยนคำตัดสินของ ยูฟ่า

อ่านเพิ่มเติม “ศาลกีฬาโลกกำหนดวันตัดสินคดีแมนซิตี้โดนแบนเวทียุโรป”

พรีเมียร์ลีกเจอ6คนจาก3ทีมติดโควิดก่อนรีสตาร์ทเดือนหน้า

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ยันมีนักเตะและเจ้าหน้าที่ 6 รายผลตรวจโควิด-19 ออกมาเป็นบวก ทำให้ต้องการที่จะแยกไปกักตัวเป็นเวลา 7 วันหรือมากกว่า 7 วัน

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า ผลการตรวจพบว่ามีผู้ติดเชื้อ 6 รายจาก 3 สโมสรที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระหว่างการตรวจเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม และวันจันทร์ที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา ตาม โปรเจ็กต์ รีสตาร์ท

สโมสรใน พรีเมียร์ลีก มีมติโหวตเห็นชอบร่วมกันกับการเริ่มต้นเฟสหนึ่งของ โปรเจกต์ รีสตาร์ท ในการประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยสามารถเริ่มซ้อมแบบกลุ่มย่อยได้แล้ว เพื่อเดินหน้าไปสู่เฟสสุดท้ายในการกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งให้ได้ในเดือนมิ.ย.นี้

นอกจากนั้นก่อนเริ่มต้นเฟสแรกยังได้มีการตรวจโควิดกับนักเตะและเจ้าหน้าที่สตาฟฟ์โค้ชทุกรายทั้งหมด 748 คน โดยผลออกมาว่ามี 6 รายจาก 3 สโมสรที่ผลตรวจเป็นบวก ทำให้ต้องกักตัวเป็นเวลา 7 วัน อย่างไรก็ตาม ไม่ได้เปิดเผยว่า ทั้ง 6 คนเป็นใครบ้าง

อ่านเพิ่มเติม “พรีเมียร์ลีกเจอ6คนจาก3ทีมติดโควิดก่อนรีสตาร์ทเดือนหน้า”

“คาร์ลอส” ยก “โล้นทองคำ” เหนือกว่าเมสซี่,โด้หลายขุม

โรแบร์โต้ คาร์ลอส อดีตนักเตะดังจอมปั่นฟรีคิก ฟันธงนักเตะแบบ โรนัลโด้ จะไม่มีอีกต่อไปแล้วในโลกลูกหนัง เพราะ “โล้นทองคำ” คือแข่งปรากฎการณ์ และเหนือกว่า ลิโอเนล เมสซี่ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รวมทั้ง เนย์มาร์ ด้วย

โรแบร์โต้ คาร์ลอส
โรแบร์โต้ คาร์ลอส

 โรแบร์โต้ คาร์ลอส ตำนานฟูลแบ็กเท้าดินระเบิดชาวบราซิเลียน เชิดชู “โล้นทองคำ” โรนัลโด้ เป็นนักเตะที่สุดพิเศษเหนือกมากว่า ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สองซูเปอร์สตาร์ลูกหนังในยุคปัจจุบัน

นักเตะเลือดแซมบ้าทั้งสองคนมีโอกาสได้ร่วมงานกันตอนที่พวกเขาค้าแข้งให้กับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด  ในปี 2002-2007 และทีมชาติบราซิลซึ่งคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2002 โดยในช่วงเวลาที่ โรนัลโด้ ยังค้าแข้งไม่มีใครปฏิเสธว่าเขาคือหน้าเป้าที่เก่งที่สุดในยุคของเขาได้เลย ก่อนที่โลกลูกหนังจะตื่นตะลึงกับผลงานขั้นเทพระหว่าง เมสซี่ และ “ซีอาร์ 7”

คาร์ลอส ได้เชื่อว่า อดีตหัวหอกเพื่อนร่วมชาติและเคยร่วมงานกันมาของเขา เป็นนักเตะที่เก่งและเก่งมากกว่า สองนักเตะ เช่น  สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ และกัปตันทีมชาติโปรตุเกส รวมไปถึง เนย์มาร์ ดาวเตะรุ่นน้องเลือดแซมบ้าด้วย “โรนัลโด้ โดดเด่นที่สุดเวลาที่ฝึกซ้อม เขาเก่งมากๆ ไม่มีทางที่จะมี -ปรากฎการณ์- โรนัลโด้ อีกต่อไป”

อ่านเพิ่มเติม ““คาร์ลอส” ยก “โล้นทองคำ” เหนือกว่าเมสซี่,โด้หลายขุม”

เลเวอร์คูเซ่นเหนือชั้นบุกถล่มเบรเมน ยึดที่5ต่อ

เลเวอร์คูเซ่น ได้โชว์ฟอร์มสุดยอดหลังบุกไปถล่มเจ้าถิ่น เบรเมน ทีมรองบ๊วยแบบไม่ไว้หน้า 4-1 โดยเกมนี้ ไค ฮาแวร์ทซ์ กัปตัน “ห้างขายยา” เหมาคนเดียวสองประตูช่วยให้ทีมบุกมาคว้าสามแต้ม พร้อมรั้งอันดับ 5 ตามหลังอันดับ 4 ไลป์ซิกแค่แต้มเดียว มีลุ้นตั๋วชปล.ต่อไป ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

เลเวอร์คูเซ่น
การแข่งขัน เบรเมนกับเลเวอร์คูเซ่น

เลเวอร์คูเซ่น

รีสตาร์ท บุนเดสลีกา แมตช์ที่ 26 ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เจ้าถิ่น แวร์เดอร์ เบรเมน ทีมรองบ๊วยอันดับ 17 ของตาราง เปิดเวเซอร์สตาดิโอนรับการมาเยือนของ “ห้างขายยา” ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทีมอันดับ 5 ซึ่งเกมนี้ยังคงเล่นแบบสนามปิดไร้แฟนบอล และอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันเชื้อโรคอย่างเคร่งครัด

“นกนางนวล” เกมนี้จัดสามประสานแนวรุกอย่าง เลโอนาร์โด้ บิทเท่นคอร์ท, ดาวี่ เซลเค่ และ มิลอต ราชิชา ดาวยิงเลือดโคโซโวเป็นทีเด็ด ขณะที่ “ห้างขายยา” ส่ง ไค ฮาแวร์ทซ์ ล่าตาข่ายพร้อมกับ มุสซ่า ดิยาบี้ และนาดีม อามิรี่

ออกสตาร์ทเกมครึ่งแรก ช่วง 10 นาทีแรกทั้งสองทีมเล่นแบบระมัดระวัง ส่วนใหญ่โอกาสจบยังไม่มีลุ้น ต้องรอถึงนาที 17 เป็นเจ้าถิ่น เบรเมน ที่ได้ลุ้นจากลูกคอนเนอร์ บอลเปิดมาเสาแรกให้ ธีโอดอร์ เกเบร เซลาสซี่ โขกย้อยไปเสาไกล นิคลาส มอยซานเดอร์ พยายามเทกโหม่งในกรอบ 6 หลาแต่บอลหลุดกรอบออกไป

นาที 27 “ห้างยา” ได้โอกาสส่องเข้ากรอบก่อน จากจังหวะที่ นาดีม อามิรี่ แต่งบอลนอกกรอบแล้วตะบันด้วยขวาเสาแรกบอลไปเข้าซอง ยิรี่ พาฟเลนก้า รับไม่พลาด

ทว่าแค่นาทีเดียวถัดมา เลเวอร์คูเซ่น มาชิงขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากจังหวะที่ มุสซ่า ดิยาบี้ ใช้ความเร็วกระชากถึงเส้นหลังแล้วครอสยาวมาเสาสองให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ ขึ้นโขกย้อนไปเสาแรกอย่างสวยงาม

แต่กระนั้น ไม่กี่อึดใจ แค่นาทีที่ 30 เบรเมน มาได้ลูกตีเสมอ 1-1 ทันควันจากจังหวะที่ได้ลูกเตะมุมทางด้านซ้าย เลโอนาร์โด้ บิทเท่นคอร์ท เปิดมาในกรอบ 6 หลาให้ เกเบร เซลาสซี่ แบ็กขวาสอดมากระโดดไขว้ยิงเข้าไป

เกมแลกกันสนุก นาทีที่ 34 ทีมเยือนมาพลิกขึ้นนำ 2-1 อีกครั้ง คราวนี้เป็นลูกเซตเพลย์ และเป็น เคเร็ม เดมีร์บาย เปิดฟรีคิกตัดแนวรับเข้าไปในกรอบไม่ถึง 10 หลา ก่อนจะเป็น ไค ฮาแวร์ทซ์ หนีตัวประกบขึ้นโขกสวนตัว  ยิรี่ พาฟเลนก้า นายด่านเจ้าถิ่นเข้าไป เป็นประตูที่สองของกัปตันห้างยาในเกมนี้ และประตูที่ 8 ในซีซั่นนี้

นาที 40 เจ้าบ้านเกือบได้ลุ้นตีเสมอหลัง มิลอส เวลจ์โควิช แทงบอลให้ เลโอนาร์โด้ บิทเท่นคอร์ท หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปยิง แต่ดันซัดเหินโด่งออกหลังไปอย่างหมดลุ้น

จบครึ่งแรก เบรเมน ตามหลัง เลเวอร์คูเซ่น 1-2

ครึ่งหลัง นาที 54 เบรเมน เปลี่ยนตัวคนแรกถอดเอา ฟิลลิปป์ บาร์กเฟรเด้ ออกแล้วส่ง โยฮันเนส เอ็กเกสไตน์ ลงเล่นแทน

นาที 61 แนวรับเบรเมนมาพังอีก หลังโดนทีมเยือนบุกมายิงประตูที่สามจากจังหวะที่ มุสซ่า ดิยาบี้ ตักบอลเข้ากลางประตูให้ มิทเชลล์ ไวเซอร์ โถมมาโขกเข้าไป เลเวอร์คูเซ่น บุกมานำห่างเจ้าถิ่น 3-1 และเป็นแอสซิสต์ที่สองในเกมนี้ของ ดิยาบี้ ก่อนที่นาทีถัดมาจะโดนเปลี่ยนตัวออก โดยส่ง ลีออน ไบลี่ย์ ลงเล่นแทน เช่นเดียวกับ คาริม เบลลาราบี้ ที่ลงมาแทน ฟลอเรียน เวิร์ทซ และ

นาที 67 ลีออน ไบลี่ย์ ที่เพิ่งลงมาเกือบแผลงฤทธิ์หลังรับลูกจ่ายของ ดาเนียล ซิงกราเฟ่น ก่อน ดาวยิงชาวจาเมกาจะซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งถากเสาไกลอย่างน่าเสียดาย

ทีมเยือนยิ่งเล่นยิ่งเหนือกว่า ครองเกมได้เกือบหมด และมาได้ประตูนำโด่งเป็น 4-1 ในนาทีที่ 78 จากจังหวะที่ คาริม เบลลาราบี้ ตัวสำรองลากเข้ากลางและดีดบอลทะลุแนวรับเจ้าถิ่นให้ เคเร็ม เดมีร์บาย หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปชิพบอลด้วยขวาข้ามตัว ยิรี่ พาฟเลนก้า อย่างเหนือชั้น

ช่วงเวลาที่เหลือยังเป็นทัพห้างยาที่เล่นได้ดีกว่า เก็บบอลได้หมด แม้จะยิงเพิ่มไม่ได้ แต่รักษาสกอร์จนผู้ตัดสินเป่าจบเกม เป็นอันว่า เลเวอร์คูเซ่น บุกมาถล่มเจ้าบ้าน เบรเมน แบบขาดลอย 4-1 เก็บสามแต้มสำคัญพร้อมยึดอันดับ 5 ต่อไป โดยมี 50 คะแนน ตามหลังอันดับ 4 อย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก แค่หนึ่งคะแนน

อ่านเพิ่มเติม “เลเวอร์คูเซ่นเหนือชั้นบุกถล่มเบรเมน ยึดที่5ต่อ”

คล็อปป์ลั่นลิเวอร์พูลพร้อมเต็มที่หากพรีเมียร์ลีกหวนเตะ

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ระบุ “หงส์แดง” จะพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจเมื่อกลับมาเตะกันอีกครั้ง แถมลั่น ไม่มีปัญหาเลยถ้าหากมันต้องเล่นกันแบบไม่มีคนดูในสนาม

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซื้อ หงส์แดง รับรองว่าทีมของตนเองจะมีความพร้อมอีกทั้งทางร่างกายแล้วก็จิตใจ เมื่อถึงเวลาที่ ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจําฤดูกาล 2019-20 กลับมาเตะกันอีกที

พรีเมียร์ลีก พัก การแข่งขันชิงชัยไปตั้งแต่ช่วมนาคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา จากปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของเชื้อ ไวรัสวัววิด-19 และก็ถึงรัฐบาลของสหราชอาณาจักรจะอนุญาตให้กีฬาต่างๆ กลับมาแข่งขัน ได้เมื่อวันที่ 1 เดือนมิถุนายน นี้ แต่ว่ามันก็ยังไม่เป็นครั้งเด่นชัดว่าลึกสูงสุดของเมืองผู้ดีจะหวนเตะกันตอนไหน

“พวกเรา ไม่มีความจําเป็นต้องเล่นให้ถึงระดับดีที่สุดตลอดกาลของพวกเราหรอก พวกเราก็แค่จ่าต้องเล่นให้ดีที่สุดเท่าที่ จะเป็นได้ และก็ทีมอื่นๆ ก็พบเหตุการณ์อย่างนี้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าเมื่อไร ที่พวกเรากลับมาเริ่มเตะกันอีกที พวกเราก็จะมี เวลาเตรียมตัวเหมือนเดิม รวมทั้งงานของพวกเราก็คือการใช้เหตุการณ์ให้เหมาะสมที่สุดอยู่เป็นประจํา พวกเราจะมีภาวะ เหมาะสมที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ แล้วก็พวกเราก็จะต้องใช้สิ่งนั้นให้มีคุณประโยชน์” คล็อปป์ เจาะจง

ดังนี้ ว่ากันว่าถ้า พรีเมียร์ลีก กลับมาเตะกันแล้วนั้น มันก็บางครั้งอาจจะจะต้องเล่นกันแบบไม่มีคนมองในสนาม เสมือน ที่ บุนเดสลีกา เยอรมัน กําลังทําอยู่ ซึ่งบางบุคคลเห็นว่าถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงๆ สู้ไม่เตะกันเลยจะดียิ่งกว่า เพราะว่ามี ความคิดว่ามันทําให้บรรยากาศไม่สนุก รวมทั้งอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีคนไปคอยพบนักฟุตบอลที่หน้าสนามอยู่ดี แม้ กระนั้น คล็อปป์ กล่าวว่า ตนไม่มีปัญหากับการเล่นกันแบบไม่มีคนมองในสนามเลย “พวกเราต่างก็เริ่มเล่นบอลกันใน แบบที่ไม่มีแฟนบอลมาดูพวกเราอยู่แล้วนี่ (เป็นทุกคนเริ่มเตะบอลตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก ซึ่งเป็นตอนที่ไม่มีผู้ใด พอใจเยอะ แค่ไหนอยู่แล้ว) แล้วก็บรรยากาศในสนามมันก็ไม่ใช่มูลเหตุที่ทําให้พวกเรารักเกมบอลสักนิดสักหน่อย

อ่านเพิ่มเติม “คล็อปป์ลั่นลิเวอร์พูลพร้อมเต็มที่หากพรีเมียร์ลีกหวนเตะ”

คอนเฟิร์ม!เกมบุนเดสลีกาเปลี่ยนตัวสำรองได้ 5 คน

เดเอฟแอล คอนเฟิร์ม แต่ละสโมสรในศึก บุนเดสลีกา มีโควตาเปลี่ยนตัวผู้เล่นระหว่างเกม 5 คน พร้อมเปิดโอกาสให้การแข่งขันกินเวลาจนถึงเดือนกรกฎาคม หากมีความจำเป็นจริงๆ

ฟุตบอลลีกเยอรมัน (เดเอฟแอล) ประกาศยืนยัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า ทุกสโมสรในศึก บุนเดสลีกา สามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นระหว่างเกมได้ 5 คน เมื่อลีกกลับมาแข่งขันอีกครั้งตั้งแต่วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคมนี้

กฎใหม่ชั่วคราวดังกล่าวถูกตั้งขึ้นมาโดยคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลนานาชาติ (ไอเอฟเอบี) ซึ่งเป็นฝ่ายทำหน้าที่ดูแลกฎกติกาต่างๆ ของเกมลูกหนัง เพื่อเป็นการรักษาสภาพร่างกายของนักเตะ หลังจากที่พักไปนานร่วมสองเดือน เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส “โควิด-19” และสุดทาง เดเอฟแอล ได้ตอบรับใช้กฎนี้เรียบร้อย แต่ยืนยันว่า แต่ละสโมสรมีโอกาสเปลี่ยนตัวผู้เล่น 3 ครั้ง รวมถึงช่วงพักครึ่ง โดยแต่ละครั้งเปลี่ยนได้ไม่เกิน 2 คน

“ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป แต่ละสโมสรมีโอกาสเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้สามครั้ง ซึ่งก็รวมถึงช่วงพักครึ่ง ถ้าหากมีการต่อเวลาพิเศษในเกมเลกสองของศึกเพลย์ออฟ (หาทีมเลื่อนชั้น-ตกชั้น) ทั้งสองทีมจะได้สิทธิ์เปลี่ยนตัวผู้เล่นหนที่สี่ คณะกรรมการ เดเอฟแอล ขอแนะนำว่า ให้เปลี่ยนตัวพร้อมๆ กันเต็มที่ไม่เกิน 2 คน” แถลงการณ์จาก เดเอฟแอล ระบุ

อ่านเพิ่มเติม “คอนเฟิร์ม!เกมบุนเดสลีกาเปลี่ยนตัวสำรองได้ 5 คน”

เจมส์ชี้โรคเดี้ยงรุมเร้าทำแมนยูเป๋-มั่นใจซีซั่นหน้ามีลุ้นแชมป์

แดเนี่ยล เจมส์ ปีก แมนฯ ยูไนเต็ด มั่นใจเต็มเปี่ยมว่าซีซั่นหน้า “ปีศาจแดง” ยังมีลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก แน่นอน ชี้ ฤดูกาลนี้ทีมของตนแค่โดนโรคเดี้ยงเล่นงานอย่างหนัก

แดเนี่ยล เจมส์ ปีกชาวเวลส์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงความมั่นใจว่าในฤดูกาลหน้าทีมของตนจะได้ลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แบบจริงจัง เพราะจะได้นักเตะกำลังสำคัญมาช่วยทีมแบบตลอดทั้งซีซั่นนี้

ซีซั่นนี้ “ปีศาจแดง” โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างหนัก อย่างเช่น ปอล ป็อกบา กองกลางคนดังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งได้ลงเล่นในลีกไปเพียง 7 นัดเท่านั้น หลังจากมีอาการบาดเจ็บตรงข้อเท้า ส่วน มาร์คัส แรชฟอร์ด ดาวซัลโวสูงสุดของทีมก็เจ็บตรงแผ่นหลังจนไม่ได้ลงเล่นให้อีกเลยตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา  สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ก็โดนอาการเดี้ยงตรงหัวเข่าเล่นงานจนทำให้เคยอดลงเล่นในลีกติดกัน 7 เกม ซึ่งทั้ง 3 คนที่ว่านี้ต่างก็เป็นกำลังสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด

เผยว่า “ฤดูกาลหน้าจะเป็นฤดูกาลที่ใหญ่มากๆ สำหรับเรา ซีซั่นนี้นักเตะบางคนของเราโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน โดยที่บางคนมีอาการบาดเจ็บระยะยาวด้วย อย่างเช่น มาร์คัส, ปอล แล้วก็นาย (แม็คโทมิเนย์)”

อ่านเพิ่มเติม “เจมส์ชี้โรคเดี้ยงรุมเร้าทำแมนยูเป๋-มั่นใจซีซั่นหน้ามีลุ้นแชมป์”

มิชาเอล บัลลัค ตำนานแข้งเลือดเบียร์

มิชาเอล บัลลัค ตำนานแข้งเลือดเบียร์ ได้ออกโรงแนะ ไค ฮาแวร์ทซ์ แข้งดาวรุ่งเนื้อหอม ควรอยู่เล่นให้กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ต่อไปก่อน พร้อมจี้ “ห้างขายยา” ต้องผ่านเข้าไปเล่นในเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย หากต้องการรั้งนักเตะคนสำคัญเอาไว้

มิชาเอล บัลลัค อดีตสุดยอดมิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมนี เชื่อว่า ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่งพุ่งแรงของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ควรที่ตัดสินใจอยู่พัฒนาฝีเท้าในถิ่น ไบอารีน่า ต่อไปก่อนหลังจบฤดูกาลนี้

ฮาแวร์ทซ์ ถือเป็นแข้งแห่งอนาคตของวงการลูกหนังเมืองเบียร์ โดยตลอดช่วงที่ผ่านมา เจ้าตัวมีข่าวได้รับความสนใจจากหลายสโมสร ซึ่งก็รวมถึง บาเยิร์น มิวนิค, ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เชื่อกันว่า “ห้างขายยา” พร้อมพิจารณาขาย หากได้รับข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3,500 ล้านบาท) แต่ บัลลัค มองว่า ช่วงนี้ ดาวเตะวัย 20 ปี ควรเลือกอยู่กับ เลเวอร์คูเซ่น ต่อไปก่อนถึงจะดีที่สุด

 

“นักเตะคุณภาพสูงย่อมเป็นที่ต้องการของทุกทีม แต่ผมคิดว่า เขาอยู่กับ เลเวอร์คูเซ่น มันก็ดีอยู่แล้ว” บัลลัค ซึ่งเคยค้าแข้งกับ เลเวอร์คูเซ่น ช่วงระหว่างปี 1999-2002 กล่าวกับ สปอร์ตบิลด์ สื่อกีฬาชั้นนำเมืองเบียร์ “สภาพแวดล้อมโดยรวมที่สโมสรดีต่อนักเตะหนุ่มๆ และดีต่อการพัฒนาฝีเท้า เลเวอร์คูเซ่น เป็นทีมที่เล่นฟุตบอลได้น่าดู, มีการซ้อมที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ เลเวอร์คูเซ่น ยังช่วยให้คุณไม่ตกเป็นที่เพ่งเล็งด้วย”

อ่านเพิ่มเติม “มิชาเอล บัลลัค ตำนานแข้งเลือดเบียร์”

อดีตแข้งเรอัลมาดริดโดนรวบตัวพัวพันค้าโคเคน

เอ็ดวิน คองโก อดีตแข้งเรอัล มาดริด โดนโปลิสประเทศสเปน รวบตัว และได้ทำการสืบสวนอย่างเข้ม หลังเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนพัวพันกับแก๊งค้ายาเสพติด แต่สุดท้ายอดีตแข้งโคลอมเบีย เคลียร์ตัวเองได้ และถูกปล่อยตัวให้กลับบ้าน

เอ็ดวิน คองโก อดีตกองหน้าทีมชาติโคลอมเบีย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้ย้ายไปอยู่กับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ได้โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวและหลังถูกต้องสงสัยว่ามีสวนพัวพันกับการค้ายาเสพติดแต่เขาก็ได้ถูกปล่อยตัวให้กลับบ้าน

อดีตนักเตะวัย 43 ปี เป็นหนึ่งใน 10 คนที่โดนโปลิศประเทศสเปนรวบตัวได้ที่กรุงมาดริด เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น  ก่อนที่จะถูกนำตัวเข้าไปสอบสวนเป็นเวลาหลายชั่วโมงและหลังจากนั้น คองโกได้รับอนุญาตให้กลับบ้านของตัวเองได้

          คองโก ซึ่งเคยติดทีมชาติโคลอมเบีย 17 เกม เปิดใจกับ เอล ชิรินกีโต้ สื่อดังในดินแดนกระทิงดุ เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “ผมยังรู้สึกนิ่งกับเหตุการณ์นี้อยู่ แน่นอนได้ว่ามันเป็นสถานการณ์ที่หน้าอึดอัด แต่เมื่อผมกลับมาถึงบ้าน…ผมรู้สึกผ่อนคลายมากและ โล่งใจ พวกเขา (ตำรวจ) สอบถามผมหลายเรื่อง สุดท้ายก็ให้ ผมก็ได้กลับบ้าน”

          อดีตนักเตะชาวโคลอมเบีย มีโอกาสได้เซ็นสัญญากับ “ราชันชุดขาว” ในยุค “กาลาคติกอส” เมื่อปี 1999 โดยได้อยู่กับสโมสรถึง 3 ปี แต่ก็ไม่เคยได้รับโอกาสให้ลงสนามเลย  “โลส บลังโกส”  แม้แต่เกมเดียว

อ่านเพิ่มเติม “อดีตแข้งเรอัลมาดริดโดนรวบตัวพัวพันค้าโคเคน”