“เรือใบสีฟ้า” เล็งรวบ 2 แข้งเจ๋งล่าแชมป์ซีซั่นหน้า

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกเป็นข่าว กำลังเล็งคว้าตัวแข้งฝีเท้าเยี่ยมทั้ง 2 ราย มาเสริมความแข็งแกร่งหลังจบฤดูกาลนี้

วันที่ 13 พ.ค. 63  Eqiupe สื่อฝรั่งเศส และ Sky Germany สื่อเยอรมัน ตีข่าว “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังวางแผนกำลังที่คว้าตัว ฮุสเซม อาอูอาร์ กองกลางชางฝรั่งเศสของโอลิมปิก ลียง และ คิงลีย์ โกมาน ปีกของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค มาสู่ถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ในช่วงซัมเมอร์นี้

ทั้งนี้ เป๊ป กวารืดิโอล่า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังมองหากองกลางคนใหม่มาเป็นตัวแทนของ ดาบิด ซิลบา มิดฟิลด์มากประสบการณ์ ที่เตรียมโบกมือลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้ และตามรายงานจากสื่อน้ำหอมระบุชัดเจนว่า อาอูอาร์วัย 21 ปี คือหนึ่งในเป้าหมายของเขา หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ทำไป 9 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์รวมทุกรายการให้กับลียงในฤดูกาลนี้ และสามารถเล่นได้ทั้ง มิดฟิลด์ตัวกลาง, มิดฟิลด์ฝั่งซ้าย และกองกลางตัวรุก โดยลียงตั้งราคาไว้ที่ 50 ล้านยูโร (ประมาณ 1,743 ล้านบาท) เท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม ““เรือใบสีฟ้า” เล็งรวบ 2 แข้งเจ๋งล่าแชมป์ซีซั่นหน้า”

“รุมเมนิกเก” ชี้ไม่เคยเห็นใครให้สัมภาษณ์อยากย้ายทีมเท่า “แวร์เนอร์”

คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก ผู้อำนวยการสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ยอมรับว่าตนเองเซอร์ไพรส์ที่ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าของแอร์เบ ไลป์ซิก ออกมาแสดงท่าทีต้องการที่จะไปค้าแข้งยังต่างประเทศ ท่ามกลางข่าวลือหนาหูกับ ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี แห่งศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

“หากการเปลี่ยนแปลง ได้กลายเป็นปัญหาในจุดใดจุดหนึ่งของอนาคต ผมก็คงจะพิจารณาถึงโอกาสในการย้ายออกไปค้าแข้งยังต่างแดนมากกว่าที่จะย้ายไปเล่นยังแคว้นบาวาเรีย (ทีมบาเยิร์น มิวนิค)” แวร์เนอร์ ให้สัมภาษณ์กับ บิลด์ สื่อในเยอรมนีก่อนหน้านี้

ถักจากนั้น รุมเมนิกเก ในฐานะผู้อำนวยการทัพเสือใต้ที่ถูกพาดพิงก็ได้ออกมาตอกกลับในประเด็นดังกล่าวว่า “ผมไม่ได้แปลกใจหรืออะไรเทือกนั้นอีกต่อไปแล้ว แต่ขอบอกว่าไม่เคยเห็นนักเตะคนใดแสดงท่าทีในประเด็นนี้ต่อสาธารณชนแบบที่เขาทำ”
อ่านเพิ่มเติม ““รุมเมนิกเก” ชี้ไม่เคยเห็นใครให้สัมภาษณ์อยากย้ายทีมเท่า “แวร์เนอร์””

“ซลาตัน” บินด่วนกลับมิลาน กักตัว 14 วันก่อนซ้อมกับปีศาจแดง-ดำ

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้า เอซี มิลาน เดินทางกลับถึงเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมเข้าฝึกซ้อมกับต้นสังกัดต่อไป แต่ก็ยังต้องทำการกักตัวดูอาการไปอีก 14 วันก่อน ตามมาตรการรองรับคนเข้าเมืองอิตาลีเพื่อลดการแพร่ระบาด

แม้สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในอิตาลี จะยังคงวิกฤต เป็นชาติอันดับต้นๆ ของโลกในแง่ผู้ติดเชื้อสะสม แต่ก็คาดว่ารัฐบาลเตรียมเปิดไฟเขียวให้กิจกรรมกีฬากลับมาเดินหน้าลงสนานต่อได้ในเร็วๆนี้

สโมสรต่างๆ ในกัลโช่ เซเรีย อา ก็เริ่มเรียกตัวนักเตะกลับสู่สโมสรแล้วเช่นกัน เพื่อให้มารายงานตัวฝึกซ้อม รอฟังคำสั่งในการเปิดลีกต่อไปและวิธีการรับมือและวิธีป้องกัน อิบราฮิโมวิช ช่วงที่ผ่านมากลับไปพำนักในบ้านเกิด และเข้าฝึกซ้อมกับ ฮัมมาร์บี้ สโมสรที่เขาเพิ่งเข้าถือหุ้น 23.5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อช่วงต้นปี วานนี้ อดีตดาวยิงแมนฯ ยูไนเต็ด เดินทางถึงเมืองมิลานแล้ว แต่ก็จะต้องทำการกักตัว 14 วัน ลักษณะเดียวกับที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

อ่านเพิ่มเติม ““ซลาตัน” บินด่วนกลับมิลาน กักตัว 14 วันก่อนซ้อมกับปีศาจแดง-ดำ”

! ลีดส์-เวสต์บรอมวิช ส่อชวดขึ้นพรีเมียร์ลีกหากซีซั่นถูกตัดจบ

ลีดส์ ยูไนเต็ด และ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน จ่าฝูงกับรองจ่าฝูงเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ลีกรองของอังกฤษ อาจถูกกีดกันการเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกโดยปริยาย หากผลสุดท้ายพบว่าลีกแชมเปี้ยนชิพมีอันต้องตัดจบซีซั่น 2019/20 ลง

ด้วยจำนวนทีมที่มากถึง 24 สโมสรและยังเหลือโปรแกรมเตะอีกเยอะมากทั้งในซีซั่นปกติและรอบเพลย์ออฟตัดสินหาทีมสุดท้ายที่จะเลื่อนชั้นขึ้นพรีเมียร์ลีก ทำให้แชมเปี้ยนชิพถูกประเมินว่ามีความเสี่ยงต่อการจะไม่ได้ไปต่อ ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ลีดส์ ครองบัลลังก์จ่าฝูง โดยมีคะแนนนำหน้าทีมอันดับ 3 อย่าง ฟูแล่ม ถึง 7 คะแนน จากการลงเล่นไปแล้ว 37 นัด ส่วน เวสต์บรอมวิช ตามมาเป็นอันดับ 2 โดยทิ้ง “เจ้าสัวน้อย” ห่าง 6 แต้ม ดังนั้น หากตัดจบฤดูกาลตอนนี้ ทั้ง 2 ทีมจะได้เลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติทันทีไม่ว่าจะยึดเอาจากอันดับในปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม “! ลีดส์-เวสต์บรอมวิช ส่อชวดขึ้นพรีเมียร์ลีกหากซีซั่นถูกตัดจบ”

เจมส์ชี้โรคเดี้ยงรุมเร้าทำแมนยูเป๋-มั่นใจซีซั่นหน้ามีลุ้นแชมป์

แดเนี่ยล เจมส์ ปีก แมนฯ ยูไนเต็ด มั่นใจเต็มเปี่ยมว่าซีซั่นหน้า “ปีศาจแดง” ยังมีลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก แน่นอน ชี้ ฤดูกาลนี้ทีมของตนแค่โดนโรคเดี้ยงเล่นงานอย่างหนัก

แดเนี่ยล เจมส์ ปีกชาวเวลส์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงความมั่นใจว่าในฤดูกาลหน้าทีมของตนจะได้ลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แบบจริงจัง เพราะจะได้นักเตะกำลังสำคัญมาช่วยทีมแบบตลอดทั้งซีซั่นนี้

ซีซั่นนี้ “ปีศาจแดง” โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างหนัก อย่างเช่น ปอล ป็อกบา กองกลางคนดังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งได้ลงเล่นในลีกไปเพียง 7 นัดเท่านั้น หลังจากมีอาการบาดเจ็บตรงข้อเท้า ส่วน มาร์คัส แรชฟอร์ด ดาวซัลโวสูงสุดของทีมก็เจ็บตรงแผ่นหลังจนไม่ได้ลงเล่นให้อีกเลยตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา  สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ก็โดนอาการเดี้ยงตรงหัวเข่าเล่นงานจนทำให้เคยอดลงเล่นในลีกติดกัน 7 เกม ซึ่งทั้ง 3 คนที่ว่านี้ต่างก็เป็นกำลังสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด

เผยว่า “ฤดูกาลหน้าจะเป็นฤดูกาลที่ใหญ่มากๆ สำหรับเรา ซีซั่นนี้นักเตะบางคนของเราโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน โดยที่บางคนมีอาการบาดเจ็บระยะยาวด้วย อย่างเช่น มาร์คัส, ปอล แล้วก็นาย (แม็คโทมิเนย์)”

อ่านเพิ่มเติม “เจมส์ชี้โรคเดี้ยงรุมเร้าทำแมนยูเป๋-มั่นใจซีซั่นหน้ามีลุ้นแชมป์”

ไม่กลัวเชื้อร้าย!อาเดรียนลั่นพร้อมหวนช่วยลิเวอร์พูล

อาเดรียน นายด่าน ลิเวอร์พูล ระบุ ไม่กลัวที่จะกลับมาเล่นซีซั่นนี้ต่อ แต่ก็ยอมรับว่าอยากทำงานในสถาพที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุดเช่นกัน

อาเดรียน ผู้รักษาประตู ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าตนไม่มีความหวาดกลัวกับเรื่องใดๆ ทั้งนั้นกับการที่จะกลับมาเล่นฤดูกาล 2019-20 ให้จบ แม้ว่าจะยังมีคนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่อยู่บ้างก็ตามที

พรีเมียร์ลีก โดนสั่งพักการแข่งขันตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นการไม่ให้เชื้อร้ายมันแพร่ระบาดไปมากกว่านี้ แต่ไม่นานมานี้รัฐบาลของสหราชอาณาจักรก็อนุญาตให้กีฬาต่างๆ กลับมาแข่งได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นไปได้ จนทำให้มีการคาดกันว่า พรีเมียร์ลีก อาจจะกลับมาเตะได้ในเร็วๆ นี้ ถึงกระนั้น บางคนก็มองว่ามันยังเร็วเกินไปที่จะลงสนานแข่งกัน

อาเดรียน เผยว่า “เราไม่เคยมีความกลัวใดๆ ทั้งนั้น แม้ว่าเราจะรู้ดีว่ามันมีความเสี่ยงก็ตาม เราให้ความเคารพต่อเรื่องต่างๆ อย่างมาก และเราก็มีหน้าที่ที่ต้องทำ สถานการณ์มันค่อนข้างรุนแรงเลย แต่เราก็เป็นมืออาชีพ เรากำลังซ้อมกันอีกครั้งที่ เมลวู้ด เราเป็นนักฟุตบอล และก็อยากทำงานกันอีกครั้ง แต่แน่นอนว่าต้องเป็นในสภาพที่มันมีความเสี่ยงน้อยที่สุดด้วย”

อ่านเพิ่มเติม “ไม่กลัวเชื้อร้าย!อาเดรียนลั่นพร้อมหวนช่วยลิเวอร์พูล”

ไล่ออกจากกลุ่มซ้อม!โรเบิร์ตสันเผยเฮนเดอร์สันเคยเข้าใจผิดเรื่องสุดฮา

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ฟูลแบ็ก ลิเวอร์พูล ระบุ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เคยด่าตนหนักเพราะคิดว่าตนอายุ 28 ปีในตอนที่เข้าไปซ้อมกับทืมหนแรก ทั้งที่ตอนนั้นตนอายุ 22 ปีเท่านั้น แต่เสริมว่านั่นเป็นเรื่องดี เพราะมันช่วยทำให้เกิดความสนิทสนมกัน

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้าย ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม เคยเข้าใจผิดว่าตนอายุมากกว่าตนเอง ในตอนที่พวกเขาซ้อมด้วยกันเป็นครั้งแรก จนถึงขั้นด่าเขาอย่างหนักมาก

โรเบิร์ตสัน ย้ายจาก ฮัลล์ ซิตี้ ไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในปี 2017 และหลังจากนั้นเป็นต้นมาเขาก็พัฒนาฝีเท้าได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้กลายเป็นกำลังสำคัญของทีมไปแล้ว พร้อมกับได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในฟูลแบ็กที่เล่นเกมบุกได้ดีที่สุด

โรเบิร์ตสัน เผยว่า “ตอนนั้นผมกำลังเรียนรู้ว่าผู้จัดการทีมอยากให้ผมเล่นแบบไหน แต่แน่นอนว่าพอฤดูกาลเริ่มขึ้นแล้วเขาก็พยายามที่จะคว้าแชมป์มาครองให้ได้ และมีทีมที่ต้องสร้างขึ้นมา เขาไม่สามารถมานั่งดูแลผมทุกขั้นตอนได้ แน่นอนว่าเกมของเราเน้นที่การกดดันสูง และเอาบอลกลับมาครองให้ได้ ”

“พอผมทำอย่างนั้นได้ ผมก็ได้รับการยอมรับจากบรรดานักเตะชาวอังกฤษทันที ในการซ้อมแบบจับกลุ่มซ้อมกันครั้งแรกของผมน่ะ เฮนโด้ ไล่ผมออกจากกลุ่มด้วยการพูดหยาบคายใส่ผม เพราะผมไปซ้อมกลุ่มเดียวกับเขา โดยที่ตอนนั้นมีการกำหนดว่ากลุ่มซ้อมของเขามันเป็นกลุ่มที่นักเตะอายุน้อยที่สุด 2 คนจะได้ร่วมซ้อมด้วย ดังนั้นผมเลยไปเข้าซ้อมกับกลุ่มนั้น แต่ตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าผมอายุ 22 ปี เขาคิดว่าผมอายุ 28 ปีแล้ว! เขาเลยไล่ผมออกจากลุ่ม! การที่กัปตันทีมสนิทกับผมมันถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีเลย”

อ่านเพิ่มเติม “ไล่ออกจากกลุ่มซ้อม!โรเบิร์ตสันเผยเฮนเดอร์สันเคยเข้าใจผิดเรื่องสุดฮา”

กลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว!เชลวี่ย์รับตัดสินใจผิดรีบลาลิเวอร์พูล

จอนโจ้ เชลวี่ย์ มิดฟิลด์ นิวคาสเซิ่ล ก้มหน้ารับ คิดผิดที่ตัดสินใจบอกลา ลิเวอร์พูล ในปี 2013 พร้อมระบุ ตอนนั้นไม่แฮปปี้เท่าไหร่ที่ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากเท่าที่ควร

จอนโจ้ เชลวี่ย์ กองกลาง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ยอมรับว่าตนเองได้ตัดสินใจผิดพลาดที่รีบย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ ปี 2013

เชลวี่ย์ ย้ายจาก ชาร์ลตัน แอธเลติก ไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในปี 2010 ซึ่งในช่วงแรกๆ เขาก็ทำผลงานได้น่าประทับใจอยู่ แต่หลังๆจากนั้นเขาก็มีความสำคัญกับทีมน้อยลงจนในที่สุดท้ายเจ้าตัวก็ได้ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ สวอนซี ซิตี้ ในปี 2013 ก่อนที่จะมาเล่นให้ นิวคาสเซิ่ล ในอีก 3 ปีต่อมา

แข้งวัย 28 ปี เผยว่า “ตอนที่ผมย้ายออกจากทีมน่ะผมเพิ่งอายุได้ 21 ปี ผมไม่คิดว่าคุณจะเจอนักเตะหลายคนที่ไปอยู่กับทีมในระดับนั้นตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี และยอมย้ายออกจากทีมตอนอายุ 21 ปี”

“ผมไม่ใช่คนที่จะมีความสุขกับการที่ได้เล่นแค่ 1 หรือ 2 นัด แล้วหลุดออกจากทีมในเวลาต่อมา ผมอยากได้ลงเล่นทุกสัปดาห์ เมื่อคุณได้เล่นสัก 1 นัด แล้วจากนั้นไม่ได้เล่นเลยถึง 6 เกมแล้วน่ะ มันก็ทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่มีส่วนร่วมกับทีม ผมไม่สนหรอกว่าคนอื่นๆ จะพูดว่ายังไง มันทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม”

อ่านเพิ่มเติม “กลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว!เชลวี่ย์รับตัดสินใจผิดรีบลาลิเวอร์พูล”

เลือดผีเข้มข้น!แกรี่ชู3แนวรุกแมนยูซีซั่น07-08โหดสุดตลอดกาลพรีเมียร์ฯ

แกรี่ เนวิลล์ ได้ระบุว่า แนวรุกที่เก่งที่สุดตลอดกาลของ พรีเมียร์ลีก แนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดซีซั่น 2007-08 พร้อมบอกว่าผิดหวังที่ในฤดูกาลต่อมา เตเวซ ไม่มุ่งมั่นและทุ่งเทเหมือนเดิม

แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่าแนวรุกของ “ปีศาจแดง” ชุดฤดูกาล 2007-08 อันประกอบไปด้วย คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เวย์น รูนี่ย์ และ คาร์ลอส เตเวซ คือชุด 3 แนวรุกที่เก่งที่สุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ซีซั่นดังกล่าว แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก, คอมมิวนิตี้ ชิลด์ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง ซึ่งส่วนสำคัญที่ทำให้ฤดูกาลนั้นพวกเขาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากก็คือการที่ทั้ง โรนัลโด้, รูนี่ย์ และ เตเวซ ทำผลงานได้สุดยอดจนทำประตูในทุกรายการได้ 42 ลูก, 18 ลูก และ 19 ประตู ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หลายคนก็มองว่า 3 แนวรุกชุดปัจจุบันของ ลิเวอร์พูล ที่ประกอบได้วย โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เหนือกว่า 3 แนวรุกชุดนั้นของ แมนฯ ยูไนเต็ด

“โรนัลโด้ เล่นในแนวทางที่ต่างออกไป เขาจะไม่ไปไล่เตะและทะเลาะกับคนอื่นๆ, ไม่ไปไล่ชนกับคนอื่นๆ เขาโชว์การเล่นทื่ยอดเยี่ยมมากๆ ออกมาได้ แต่ รูนี่ย์ กับ เตเวซ เป็นพวกประเภทนักสู้ข้างถนน แต่ก็ยังมีความสามารถที่ดีด้วย 3 แนวรุกชุดนั้นมันมีบางอย่างที่พิเศษ”

“พวกเขาเป็น 3 แนวรุกที่ดีที่สุดตลอดกาลใน พรีเมียร์ลีก ด้วยซ้ำ สำหรับผมแล้วมันไม่มี 3 แนวรุกชุดไหนที่สามารถเอาชนะ 3 คนนั้นได้เลย คุณจะยกตัวอย่างชุดของ มาเน่, ซาลาห์ และ ฟีร์มีโน่ ขึ้นมาก็ได้ ซึ่งที่จริงผมชอบพวกเขามากๆ หรือจะยกตัวอย่างชุดของ (ราฮีม) สเตอร์ลิง, (เซร์คิโอ) อเกวโร่ และ (ลีรอย) ซาเน่ ของ ซิตี้ ขึ้นมาก็ได้ แต่พอคุณมองถึงชุดของ เตเวซ, รูนี่ย์ และ โรนัลโด้ ในช่วงพีคของพวกเขาแล้วน่ะ คุณก็จะสัมผัสได้ทันทีว่าพวกเขาเก่งสุดๆ จนเหมือนมาจากนอกโลกเลย”

อ่านเพิ่มเติม “เลือดผีเข้มข้น!แกรี่ชู3แนวรุกแมนยูซีซั่น07-08โหดสุดตลอดกาลพรีเมียร์ฯ”

โควิดทำพิษแท้ๆ! โคโลญจน์เซ็งแพะนำโชคอดเข้าสนาม

เอฟเซ โคโลญจน์ ทีมดังในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ได้รับข่าวร้ายเนื่องจากหมดสิทธิ์นำ “แพะ” มาสคอตประจำสโมสร เข้าไปในสนามฟุตบอล เพราะเป็นมาตรการเข้มในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

โคโลญจน์ หลังจากที่มีการยืนยัน แล้วว่าเกมลูกหนังเมืองเบียร์จะหวนกลับมาฟาดแข่งกันต่อในวันที่  16 พฤษภาคมนี้ อย่างไรก็ตาม เดเอฟแอล ได้ออกมาตรการคุมเข้มเกี่ยวกับคำแนะนำด้านสุขภาพ รวมไปถึงการสั่งห้ามนำมาสคอตทุกชนิดเข้าไปในสนามแข่งเด็ดขาดเพื่อป้องกับการติดเชื้อ

ทำให้เจ้า “เฮนเนสที่ 9”  แพะชื่อดังของสโมสรเอฟเซ โคโลญจน์ จะไม่ได้เข้าไปในสนามแมตช์ที่พวกเขาต้อนรับการมาเยือนของ ไมนซ์ 05 ที่สนามไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน ในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤาษภาคมนี้

โดยนี่จะเป็นแมตช์แรกที่ โคโลญจน์  ไม่มีมาสคอตของพวกเขาอยู่ในสนามนับตั้งแต่ปี 2008 เช่นเดียวกับ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ที่จะไม่มี “อัตติลา” นกอินทรีชื่อดังซึ่งเป็นมอสคอตประจำสโมสร เข้าไปในสนามคอมเมิร์ซแบงค์-อารีน่า ด้วย

โคโลญจน์ ซึ่งมีฉายาว่า “แพะบ้า” โด่งดังเรื่องมาสคอตนับตั้งแต่ปี 1950 เมื่อพวกเขานำแพะในคณะละครสัตว์มาใช้เป็นตัวนำโชค และตั้งชื่อมันตามชื่อ เฮนเนส ไวส์ไวเลอร์ ตำนานกุนซือของพวกเขา โดยเจ้า “เฮนเนสที่ 9” ก้าวขึ้นมาเป็นมาสคอตประจำสโมสรเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2019 หลังจากที่ “เฮนเนสที่ 8” เกษียณอายุ

อ่านเพิ่มเติม “โควิดทำพิษแท้ๆ! โคโลญจน์เซ็งแพะนำโชคอดเข้าสนาม”