หนังจักรวาล Marvel ดูแบบไหนดี ถึงจะเรียงเวลาของจักรวาล Marvel

หนังจักรวาล Marvel
หนังจักรวาล Marvel

หนังจักรวาล Marvel ดูแบบไหนดี ถึงจะเรียงเวลาของจักรวาล Marvel ขอแนะนำว่าให้ดูเรียงตามเนื้อเรื่องจริงๆ ไปเลยจะดีกว่าได้รู้เนื้อหาที่ต่อกันไป

หนัง Captain America: The First Avenger

ยอมรับก่อนเลยว่าสนใจภาพยนตร์ Captain America: The First Avenger เพราะพล็อตเรื่องการเปลี่ยนมนุษย์ตัวแห้งร่างกายอ่อนแอเป็นทหารหนุ่มร่างกายกำยำด้วยวิธีการทดลองแบบวิทยาศาสตร์

หนังเล่าถึง สตีฟ โรเจอร์ (Chris Evans) เด็กผู้ชายตัวผอมแห้งแถมยังขี้โรคแต่ดันอยากเป็นทหาร
เขาพยายามเข้าโปรแกรมการฝึกในแบบที่ทหารทั่วไปทำ แต่ด้วยสภาพร่างกายของเขาที่ไม่ไหว ทำให้กองทัพปฎิเสธและเขาถูกล้อเลียนจากเพื่อนทหารอยู่บ่อยครั้ง
แต่ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่และจริงจังของสตีฟ ทำให้นายพลเชสเตอร์ ฟิลลิปส์ (Tommy Lee Jones)
ซึ่งมีโครงการทดลองเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของร่างกายมนุษย์สนใจและในความมุ่งมั่นของสตีฟ เพราะเขามองว่าคนที่อ่อนแอจะเห็นคุณค่าของความแข็งแกร่ง avenger

หลัง ๆ มานี้มาร์เวลขยันมากที่จะปล่อยหนังซูเปอร์ฮีโร่ออกมาสู่สายตาแฟน ๆ และบอกเลยว่านี่เป็นหนึ่งในจักรวาลหลักของมาร์เวลที่จะมาครองใจแฟนคลับอีกตัวหนึ่งแน่นอน
และลำดับแรกเลยคือCG ที่น่าสนใจสุด ๆ ก็คือการนำคริส อีแวนส์พระเอกหนุ่มร่างบึ้กมาย่อส่วนเหลือนิดเดียวเหมือนเป็นเด็กชายขี้โรคที่แคระแกร็น
ตัวเขาเองอยากเป็นทหารที่แข็งแรง ช่วยชาติต่อสู้กับนาซี แน่นอนว่าไม่มีใครให้เข้าผ่านไปเป็นแม้แต่ทหารเกณฑ์ด้วยซ้ำ
เพราะด้วยน้ำหนักส่วนสูงและสภาพร่างกายแบบนั้นไปฝึกก็มีแต่ตายเปล่า แต่เหมือนโชคช่วยที่ยังมีคนเห็นความพยายามและจิตใจที่มุ่งมั่นของเขา
ในส่วนของเนื้อเรื่องไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเยอะแยะ เนื้อเรื่องหลายอย่างค่อนข้างเดาง่ายมากด้วยซ้ำ
เพราะหนังภาคนี้ส่วนมากจะเทความสนใจไปในเรื่องของอดีตซะเยอะ มุกตลกมีสอดแทรกมาบ้างแต่ก็ไม่ได้เยอะมาก
แต่ก็เสริมจุดดราม่าเข้ามาเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถึงกับน้ำตาร่วง แต่ผิดคาดไปนิดหน่อยว่าสตีฟจะได้แปลงร่างช้ากว่านี้และอาจจะให้คนดูได้เอาใจช่วย
และเรียกคะแนนสงสารให้กับสตีฟ แต่หนังตัดจบให้สตีฟแปลงร่างไวไปหน่อย

หลังจากสตีฟแปลงร่างเป็นกัปตันอเมริกาเรียบร้อย แน่นอนว่าเขามีอาวุธประจำกายคือโล่นั่นเอง ช่วงแรกกัปตันยังไม่มีประโยชน์อะไรเท่าที่ควรจะเป็น เหมือนเป็นเครื่องปลุกใจให้ชาวอเมริกันฮึกเหิมมากกว่า ดูไปดูมาเหมือนหนังสงครามดราม่ามากกว่าครับ

ตัวหนังบอกได้เลยว่ายาวเกินความจำเป็นไปเยอะเลยมันเลยทำให้หนังดูครึ่ง ๆ กลาง ๆ เดี๋ยวเอื่อย เดี๋ยวได้ลุ้น อ้อผมขอวิจารณ์ในส่วนของช่วงที่สตีฟจะแปลงร่างหน่อยนะครับ  ค่อนข้างคาดหวังว่าจะเห็นความทรมานจากการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์มากกว่านี้ เพื่อที่จะให้ผมรู้สึกอินกับกัปตันอเมริกามากกว่านี้หน่อย แต่สิ่งที่ได้คือ เข้าตู้ไป มีแสงวูบวาบ ออกมาตู้ม กลายเป็นกัปตันอเมริกา คือมันง่ายไปมั้ย น่าเสียดายที่หนังซูเปอร์ฮีโร่หนึ่งในMainหลักของอเวนเจอร์ กลับเปิดตัวออกมาได้ไม่ค่อยดีนัก หนังไม่ได้มีความดราม่า แต่การเดินเรื่องและดำเนินเหตุการณ์ที่ค่อนข้างช้าและอืดไปหน่อย เอาเป็นว่ามีหาวคาโรงภาพยนตร์ไปบ้างบางซีน แต่ก็พยายามขยี้ตากลับมาตั้งใจดู ประเดี๋ยวจะงงครับเพราะรู้มาว่าตัวละครตัวนี้ค่อนข้างมีโอกาสต่อยอดไปทำหนังรวมฮีโร่

 

Captain Marvel – หนังซูเปอร์ฮีโร่สาวเอาใจทาสแมว แอบดักแก่เด็กยุค90

แม้ตัวหนังจะดัดแปลงจากคอมิก Kree-Skrull War ปี 1971 ของ รอย โธมัส แต่ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า Captain Marvel
เลือกที่จะเซ็ตเรื่องราวของตัวเองขึ้นใหม่และที่สำคัญมันยังตอบสนองกับแนวคิดเฟมินิสต์ที่ข้นขลั่กทั้งเรื่อง ทั้งที่มาของพลังพิเศษ
หรือ เรื่องราวภูมิหลังที่อย่างกับหลุดมาจากโฆษณาเพื่อนหญิงพลังหญิง ไปจนรายละเอียดเล็กๆน้อยอย่างการแอบใส่ฉากที่ เวียส
หรือ คารอล เดนเวอร์ ปล่อยพลังทำลายสแตนดี้หนัง True Lies ของเจมส์ คาเมรอน ในร้านบล็อคบัสเตอร์ที่เธอเดินผ่านแผงวีดีโอที่มีแต่หนังบู๊ผู้ชายๆ
ซี่งก็คล้ายเป็นการการันตีว่าหนังทีมีผู้หญิงเป็นตัวนำจะออกมาสนุกไม่แพ้กัน ซึ่ง Captain Marvel ก็ทำได้จริงๆนั่นแหละ
คือมันมีฉากบู๊ดีๆและมีดราม่าที่ทำถึงไม่แพ้ Black Panther ที่สำคัญคือหนังปูเรื่องให้ตัวละครตัวนี้แยกเดี่ยวๆเลยไม่ต้องไปพึ่งพาหนังเรื่องอื่นในจักรวาลนัก
เหมาะกับคนที่ขี้เกียจจำรายละเอียดอย่างผมมากเลยดูแบบเอ็นจอยได้ทั้งเรื่องแบบไม่ต้องเครียดนึกรายละเอียดนี่นั่นมากนัก

สำหรับการแสดงของบรี ลาร์สันก็ถือว่าไม่ได้เสียยี่ห้อดาราออสการ์นะครับ เธอสามารถทำให้เราเชื่อได้ทั้งด้านที่แข็งแกร่งเหนือมนุษย์ความดิบเถื่อน
ไปจนถึงด้านที่เปราะบางเมื่อเธอพบความจริงที่สั่นสะเทืิอนความเชื่อของเธอไปตลอดกาล ยิ่งได้ แซมมวล แอล แจ็คสัน
ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้เรื่องราวได้เป็นอย่างดีมาคอยรับส่งมุกกับเธอก็ยิ่งทำให้หนังดูสนุกโดยแทบไม่ต้องพึ่งพาฉากแอ็คชั่นมาคอยปลุกคนดูมากนัก
รวมถึงนักแสดงสมทบทุกคนก็ทำหน้าที่ได้ดีจนกลายเป็นหนังมาร์เวลที่ภาพรวมทางการแสดงค่อนข้างแข๋็งแรงเรื่องหนึ่งในจักรวาลของหนังเลยทีเดียว

สิ่งที่ดูจะถูกใจและแอบดักแก่ผมอยู่มิใช่น้อยคงหนีไม่พ้นการเล่นกับเซ็ตติ้งในปี 1995 ตั้งแต่ซีนบนโลกซีนแรกที่จงใจให้แครอล ตกลงมากลางร้านบล็อคบัสเตอร์แล้วเดินผ่านเชลฟ์หนังแอ็คชั่นดังที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งนับๆดูก็แอบมีหลายเรืื่องในความทรงจำอยู่นะครับ ฮ่าาาา  แต่โดยนัยยะแฝงแล้วการที่ Captain Marvel จะเป็นหนังเรื่องแรกของตระกูล Disney ที่ไม่ได้ลงสตรีมมิงทาง Netflix ยังเป็นการเสียดสีคู่แข่งตัวเองในอนาคตอย่างมีนัยยะสำคัญ เพราะหากจำกันได้ Netflix นี่แหละที่เริ่มบริการเช่าดีวีดีออนไลน์จนทำให้บล็อคบัสเตอร์อยู่ไม่ได้ และการที่หนังไปเซ็ตเริ่มที่บล็อคบัสเตอร์เองก็เหมือนเป็นเทียบเชิญศึกไปถึง Netflix ว่าตัวเองพร้อมลงแข่งในนามดิสนีย์พลัสไม่นานเกินรอ หรือการเล่นตลอกกับยุคสมัย ทั้งอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ในยุคโมเด็มที่ทั้งอืด ทั้งไม่เสถียร หรือการปรากฎตัวของเครื่องมือสื่อสารยุคก่อนทั้งเพจเจอร์และโทรศัพท์หยอดเหรียญก็เรียกความทรงจำวัยหวานได้เป็นอย่างดี แุถมยังทำให้เรารู้สึกเลยว่าเทคโนโลยีต่างๆมาไกลเหลือเกินจนบางครั้งเราก็หลงลืมสิ่งเหล่านี้ไม่ต่างจากนางเอกที่หลงลืมตัวเองในนามแครอล เดนเวอร์ไปหมดสิ้น นั่นทำให้การเซ็ตติ้งดังกล่าวไม่ได้ไร้ความหมายแต่กลับส่งเสริมการเล่าเรื่องได้เป็นอย่างดี

และเป็นธรรมเนียมที่หนังมาร์เวลจะแยกการเมืองไม่ออก และแน่นอนว่าศัตรูหมายเลขหนึ่งก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล โดนัลด์ ทรัมป์ นั่นเองโดยคราวนี้ ประเด็นผู้อพยพที่กลายเป็นจุดพลิกผันของหนังยังทำให้เราสืบย้อนไปมองประวัติศาสตร์อเมริกาว่าด้วย อารยะชนกับเผ่าพื้นเมือง ซึ่งหนังทำตรงนี้ออกมาได้เข้มข้นมาก มันสามารถกินความไปถึงความหมายหรือผลพวงของสงครามต่างๆได้เป็นอย่างดี หรือแม้แต่ตัวละครซูพรีมอินเทลลิเจนต์ที่ถอดแบบมาจากคนที่ แครอล นับถือเองก็ยังมีแนวคิดเหมือน อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ที่พยายามคิดค้นอาวุธที่จะหยุดทุกสงครามก่อนจะพบว่าเหรียญมีสองด้านเสมอ จนทำให้หนัง Captain Marvel กลายเป็นหนังที่อิงการเมือง และประวัติศาสตร์มากที่สุดในจักรวาลมาร์เวลแล้วล่ะ

อีกจุดที่เชื่อได้เลยว่าเหล่าทาสแมวจะต้องเสียอาการคงหนีไม่พ้นการปรากฎตัวของน้องกู๊ส ซึ่งจากตัวอย่างเราจะเห็นน้องกู๊สโผล่มาเหมือนตัวประกอบผ่านๆ แต่บอกเลยว่านางแอบขโมยซีน และโปรยเสน่ห์ให้คอหนังได้หลงไหลกับความลำไยบีมของนางกันแบบไม่ได้พักไม่ได้ผ่อน ก่อนที่หนังจะเฉลยว่าแท้จริงแล้วความอันตรายของนางค่ืออะไรเท่านั้นแหละ โอ้โหทั้งโหด มันส์ ฮา แบบไม่กล้าสปอยล์เลย ที่สำคัญนางยังเป็นไฮไลต์เด็ดสำหรับช่วงเอนด์เครดิต

 

รีวิว Iron Man 2 | มนุษย์ฮีโร่ใส่เกราะเหล็กแสนฮา ภาคสอง • PatSonic

หนัง IRONMAN

มหาประลัยคนเกราะเหล็ก เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อพระเอกของเรื่อง โทนี่ สตาร์ค (ไอรอน แมน) ได้ถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายบุกโจมตีระหว่างเดินทางกลับจากการไปโปรโมทอาวุธใหม่ที่เขาได้สร้างขึ้น จนได้รับบาดเจ็บปางตาย พวกผู้ก่อการร้ายได้ยื่นข้อเสนอให้เขาสร้างอาวุธที่ร้ายแรงให้ ตอนแรกโทนี่จะไม่ยอม แต่หมอที่ถูกพวกก่อการร้ายจับไว้ได้ช่วยพูดจนเขายินยอม แต่ความเป็นจริงแล้วโทนี่ได้แอบสร้างชุดเกาะมหาประลัยขึ้น โดยได้หมอที่ถูกผู้ก่อการร้ายจับไว้เป็นผู้ช่วย ทั้งสองตกลงกันว่าจะร่วมมือกันเพื่อหนีออกไปจะที่คุมขัง แต่เหตุการณ์ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะในระหว่างที่ชุดเกาะกำลังจะสำเร็จ พวกผู้ก่อการร้ายได้เกิดความสงสัยและได้พยายามที่จะบุกเข้ามา ในขณะนั้นหมอที่คอยช่วยโทนี่ ได้ยอมเสียสละใช้ตัวเองถ่วงเวลาพวกผู้ก่อการร้ายไว้ เพื่อให้การทำชุดเกาะสำเร็จ หลังจากที่ชุดเกาะสำเร็จ โทนี่ก็ได้พบหมอในสภาพเจ็บหนัก หลังจากที่พูดคุยกับโทนี่ไม่กี่คำหมอก็สิ้นใจตาย ทำให้โทนี่เกิดความโมโหจนบุกโจมตีพวกผู้ก่อการร้ายอย่างบ้าคลั่ง และได้ใช้ไอพ่นจากชุดเกาะพุ่งทะยานตัวหนีจากที่คุมขังได้สำเร็จหุ่นยนต์ของโทนี่ได้ไปตกกลางทะเลทราย และได้แตกกระจายออกไม่มีชิ้นดี  โทนี่พยายามเดินไปเรื่อย ๆ และได้รับการช่วยเหลือจาก นาวาอากาศโท เจมส์ โรดส์ (เพื่อนสนิทของโทนี่ สตาร์ค) จนได้กลับมาบ้าน จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้โทนี่ได้ตระหนักว่าอาวุธที่เขาผลิตได้ฆ่าคนบริสุทธิ์มากมาย เขาจึงตัดสิ้นใจปิดบริษัทขายอาวุธของเขาลง แต่ลุงของเขาไม่ยอมเพราะกลัวเสียผลประโยชน์ โทนี่จึงให้ลุงของเขาจัดการเรื่องนี้แทน ส่วนตัวเขาก็เริ่มสร้างหุ่นยนต์ โดยการมีจาร์วิสเอไอสมองกลคอมพิวเตอร์ เป็นผู้ช่วย จนอยู่มาวันหนึ่งเปปเปอร์ พอต ได้ไปล่วงรู้ความลับบางอย่างที่ลุงของโทนี่ได้ก่อขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตโทนี่และบริษัทโดยตรง เรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร โทนี่กับเปปเปอร์จะร่วมกันแก้ไขเรื่องนี้ได้หรือไม่ ติดตามชมกันต่อได้ใน Iron man มหาประลัยคนเกราะเหล็กข้อดีของหนังเรื่อง IRONMAN มหาประลัยคนเกราะเหล็กก็คือ ในด้านซีจีและสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่ทำออกมาได้ดีมาก ๆ เช่นในฉากตอนสวมชุดเกาะ และการบินไปในอากาศและฉากการต่อสู้ในแต่ละฉาก ซึ่งทำได้ยอดเยี่ยมจับผิดไม่ได้เลย รวมไปถึงการดำเนินเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ ก็มีความชัดเจนดูแล้วเข้าใจง่าย และด้านดนตรีประกอบฉากก็ทำออกได้สนุกมันส์เร้าใจ รวมทั้งการสอดแทรกมุขตลกของหนังที่มีให้ดูอยู่บ่อย ๆ ทำให้ดูแล้วไม่เครียด เช่น ฉากที่โทนี่ทะเลาะกับพวกหุ่นยนต์ตอนสร้างชุดเกาะดูแล้วตลกมากข้อเสียของหนังก็คือ ไม่ชอบการให้บทกับโทนี่ สตาร์คต้องมีเตาปฏิกรอาร์คอยู่ในหน้าอก มันทำให้ดูแล้วหดหู่และน่าสงสารมาก ๆ  จริง ๆ แล้วไม่ต้องมีก็ได้ และข้อเสียอีกข้อก็คือ พระเอกน่าจะเก่งกว่านี้เพราะเท่าที่ดูกว่าจะชนะได้เกือบตาย

 

 

Thor: Ragnarok บุตรแห่ง..คณะเชิญยิ้ม หนังธอร์ที่สนุกที่สุด แต่…

หนังเรื่องนี้ให้สนุกสมดั่งที่นักรีวิวเมืองนอก หรือแฟน ๆ เขารู้สึกกัน คือการไม่รู้อะไรก่อนไปดูเลย ไม่ควรรู้ว่าหนังจะมาสายตลก ไม่ควรรุู้ว่าหนังจะมีตัวละครนู้นนี้นั้นมาแจม แล้วไปรอรับสิ่งเหนือความคาดหมายจากหนังแบบเต็ม ๆ ดังนั้นใครอยากรู้สึกว้าวจริง ๆ ควรตรงไปโรงดูเลย อย่าเพิ่งไปอ่านรีวิวหรือสปอยล์ที่ไหนครับ แต่ถ้าใครไม่ได้แฟนพันธุ์สดขนาดนั้น อ่านรีวิวไปก่อนก็ทำให้รู้จักตัวหนังมากขึ้นครับ ไม่ผิดอันใด  Thor: Ragnarok หรือในคอมมิคก็คืออีเว้นท์ที่ทำลายล้างเหล่าเทพและแอสการ์ดจนพินาศ กลายเป็นหนังภาคที่ 3 ที่ดำเนินเรื่องโดย ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้าเป็นตัวหลัก ต่อจาก Thor (2011) และ Thor: The Dark World (2013) ที่จบด้วยการที่ตัวร้าย โลกิ ปลอมตัวเป็น โอดิน กษัตริย์แห่งแอสการ์ดโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ และถ้าว่ากันตามไทม์ไลน์ของจักรวาลมาร์เวล หนังภาคนี้ก็เป็นการเดินหน้าต่อจาก Avengers: Age of Ultron (2015) ในส่วนของตัวละครหลักอย่าง ฮัลค์ ที่ขึ้นยานทะยานออกสู่อวกาศหลังอาละวาดจนมนุษย์โลกหวาดกลัวไปพร้อมกันด้วย หนังภาคนี้ว่าด้วย ธอร์ ที่ต้องกลับแอสการ์ดมากู้วิกฤตตามคำทำนายที่ชื่อว่า แร็กนาร็อก ซึ่งจะทำลายแอสการ์ดและเหล่าเทพจนสิ้น โดยภัยที่ว่ามาในรูปของราชินีแห่งความตายนามว่า เฮล่า ซึีงได้รับการปลดปล่อยจากคุมขังกลับมา นอกจากนั้นยังมีภัยข้างกายอย่างโลกิคอยแทงข้างหลังตลอดเวลาอีก ธอร์พลาดท่าถูกทำลายอาวุธประจำกายทั้งยังหลุดหายไปในกาลอวกาศจนไปโผล่ยังดาวซาคาร์ที่เป็นสนามกลาดิเอเตอร์จับเอเลี่ยนมาสู้กัน จนจับพลัดจับผลูต้องมาเผชิญหน้ากับสหายเก่าอย่างฮัลค์ที่ลืมเขาจนหมดสิ้น ธอร์จึงต้องหาทางกลับไปแอสการ์ดให้ทันเวลาก่อนทุกอย่างจะสายไป นั่นคือเท่าที่ตัวอย่างหนังบอกเรา ในภาคนี้ผู้กำกับและนักแสดงสายตลกอย่าง ไทก้า ไวทีตีิ ที่เคยมีผลงานผ่านตาเราอย่างสารคดีปลอมเอาฮาว่าด้วยเหล่าปีศาจที่ต้องปรับตัวในยุคปัจจุบันเรื่อง What We Do in the Shadows (2014) ก็ได้รับความไว้วางใจให้มาสานต่อเรื่องราวที่ว่าไปก็คือไตรภาคที่มักเป็นบทสรุปของตัวละครหลักของหนัง ในกรณีนี้คือ ธอร์ ซึ่งเป็นความท้าทายครั้งใหญ่เหมือนกัน เพราะสำหรับแฟนธอร์คงจำได้ว่าหนังธอร์นั้นค่อนข้างอยู่บนพลอตจักร ๆ วงศ์ ๆ ของเหล่าเทพที่แสนเชย พี่ชายน้องชายทะเลาะกันแย่งตำแหน่งว่าที่ราชาพระเอกถูกใส่ร้ายและลงทัณฑ์ให้ไร้พลังตกสู่โลกมนุษย์ และตกหลุมรักสาวมนุษย์ในภาคแรก ก่อนจะมาเพิ่มความดราม่าดุดันด้วยศัตรูที่แกร่งกล้าและทรงพลังขึ้นในภาคสอง แล้วก็มากลายเป็นหนังตลกในภาคสาม!! ว่าตามตรงหนังตระกูลธอร์ที่ผ่านมา ก็เป็นหนังมาร์เวลที่ดูไปให้มันเติมเต็มจักรวาลเท่านั้น มันไม่ได้สนุกที่สุดดีที่สุดแต่อย่างใด การปิดท้ายและลองของโดยโยนบรรยากาศที่คล้ายหนังฮิตอย่าง Guardians of the Galaxy ซึ่งเน้นในทีมหลากสไตล์หลายบุคลิกตัวละครที่แค่ขัดกันเองก็สนุกแล้ว บรรยากาศโลกที่สีสันฉูดฉาดแบบการ์ตูนจัดจ้าน มุกตลกยิงกระจายกันทั้งเรื่อง เพื่อมากู้อารมณ์อันแสนจืดชืดของธอร์ แล้วตัดทิ้งตัวละครฝั่งมนุษย์ที่น่าเบื่อทั้งหลายออกไปจนเหี้ยน (ขอโทษแฟน ๆ ของ นาตาลี พอร์ตแมน นางเอกภาคก่อนหน้ามา ณ ที่นี้) ก็ถือว่าเป็นอะไรที่ Ragnarok รากฐานของตระกูลหนังธอร์เอามาก ๆ และต้องยอมรับว่าทำได้ค่อนข้างดีด้วย

แต่ตรงนี้ก็ต้องบอกไปเลยว่า พอเน้นเอาฮาเอารั่ว ทำให้หนังมันเพี้ยน ๆ ไปเยอะเหมือนกัน ตัวละครทั้งเก่าทั้งใหม่ถูกจับให้ได้ยิงมุกกันถ้วนหน้า จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นคณะเชิญยิ้มกันเลยทีเดียว มันทำให้ความเชื่อในตัวละครที่ถูกสร้าง ๆ มาก่อนหน้าในภาคเก่าถูกทำลายลง มันไม่ค่อยกลมกลืนหรือลื่นไปกันดีนัก ยิ่งบางอย่างที่ภาคก่อนทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจที่โลกิกลายเป็นราชาของแอสการ์ด กลับถูกเอาไปใช้ในภาคนี้อย่างกับแมนดารินในไอออนแมนอย่างไรอย่างนั้น คืออะไรที่ดูจะซีเรียสเกินไปถูกถอดไปแทบหมดเลย และจากบทสัมภาษณ์ผู้กำกับว่ามีการใส่ฉากตลกเข้าไปทำให้จากเดิมหนังยาว 100 นาที กลายเป็น 130 นาทีในปัจจุบัน นั่นเท่ากับแค่มุกเสริมเรื่องอย่างเดียวก็ปาไป 30 นาทีแล้ว นี่น่าจะบอกอะไรได้หลายอย่างทีเดียว

การเปลี่ยนลุคของธอร์นับเป็นความกล้าหนึ่งของหนัง ยิ่งในช่วงฉากท้ายๆของหนังต้องตบเข่าฉาดกับความกล้าของทีมสร้าง

คือถ้าเอามาดูต่อกัน 3 ภาค ต้องสงสัยล่ะว่าพวกนี้ไปเมาปุ๊นอวกาศกันตอนไหน ซึ่งในแง่ความบันเทิงมันก็ให้คุ้มค่าตั๋วมาก ๆ ยิ่งมีเซอร์ไพร้สที่เอาตัวละครนู้นนี้ในมาร์เวลทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่มารับเชิญมาแจม ทั้งคนทำก็กล้าเปลี่ยนมู้ดอารมณ์ล้อเลียนตัวเองด้วย (ฉากละครจำลองเหตุการณ์ในภาคก่อนตลกมาก ยิ่งดารารับเชิญมาก็กวนส้นขั้นสุดเช่นกัน) มันยิ่งดูเจ๋งดูคูลสุด ๆ แต่พอมองในแง่ความเป็นหนังธอร์ภาคต่อมันก็ไม่ลงตัวนัก การที่รู้ไปก่อนว่าหนังจะตลกมาก เลยเหมือนเป็นการฆ่าตัวตายพอควร เพราะสร้างความคาดหวังเกินจำเป็นให้คนดู ซึ่งยากที่หนังจะเอาชนะความคาดหวังของคนดูได้

สิ่งที่ดีอื่น ๆ ของหนังเช่นฉากต่อสู้ งานซีจี การแสดงยังคงได้มาตรฐานแบบมาร์เวล คือสนุก โดยเฉพาะเหล่าตัวละครนั้นสร้างสีสันได้มาก และเหล่าตัวละครหญิงอย่าง วัลคิวรี และเฮล่า ก็ถือว่ามีบทบาทสำคัญมากกว่าหนังมาร์เวลเรื่องไหน ๆ น่าจะเป็นการปูทางสู่ยุคฮีโร่หญิงในหนังมาร์เวลเฟสถัดไปที่จะมี กัปตันมาร์เวล เป็นแกนกลางก็เป็นได้ ส่วนด้าน ฮัลค์ กับโลกิ ก็กลายเป็นวายร้ายที่ทั้งน่ารักน่าชังคือเกลียดไม่ลงรักไม่สุดไปได้อย่างมีมิติเช่นกัน ต้องยอมรับเรื่องการสร้างตัวละครของมาร์เวลจริง ๆ

 

.

.https://www.facebook.com/Thor/photos/a.134211836615027/134211976615013/?type=3&theater

หนัง Thor
อีกหนึ่งซูเปอร์ฮีโร่พลังเหนือมนุษย์อีกหนึ่งอย่าง “ธอร์” ที่มีโอกาสได้โลดแล่นบนจอเงิน จากค่ายสตูดิโอมาร์เวลนั่นเอง ก่อนไปดูแอบลุ้นเหมือนกันครับว่าจะไหวมั้ย แต่บอกได้เลยว่าของเขาดีไม่ใช่ย่อยเลยนะครับ

หนังเล่าถึง ธอร์ (Chris Hemsworth) ทายาทของเทพเจ้าแห่งดาวแอสการ์ดซึ่งมีพลังแข็งแกร่งแต่หยิ่งผยอง ด้วยความที่ทำอะไรตามใจตลอดการกระทำของเขาจึงทำให้เกิดสงคราม ทำให้เขาถูกโอดิน (Anthony Hopkins) พ่อของเขาไล่ไปอยู่ดาวโลก เขาไม่มีทางเลือกนอกจากทนใช้ชีวิตแบบมนุษย์โลกทั่วไป ทำให้เขาได้พบกับเจน ฟอสเตอร์ (Natalie Portman) นักวิทยาศาสตร์ ที่ทำให้เขาตกหลุ่มรักเธออย่างจัง และในระหว่างที่ธอร์ใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์เขาก็ได้มีโอกาสพิสูจน์ว่าตัวเองมีคุณสมบัติคู่ควรกับบัลลังค์แอสการ์ดเมื่อ โลกิ (Tom Hiddleston) น้องชายของธอร์วางแผนที่จะยึดแอสการ์ดมาเป็นของตัวเอง

ขอพูดถึงสิ่งที่โดดเด่นและสะดุดตาอย่างแรกของภาพยนตร์เรื่องนี้ก่อนเลยนะครับ นั่นก็คือเครื่องแต่งกายของชาวแอสการ์ด คือมันดูเหมือนเทพเจ้ากรีกในยุคไฮเทค เสริมให้พระเอกคริสหล่อเท่ขึ้นเป็นกอง และก่อนไปชมหนังเต็ม ผมก็พยายามหาตัวอย่างดูก่อนและขอสารภาพตามตรงว่า ตัวอย่างที่ทางมาร์เวลปล่อยออกมาให้แฟน ๆ ได้น้ำลายไหล มันกลับไม่มีอะไรดึงดูดเลยครับ ดูเฉย ๆ และธรรมดามาก แต่กระนั้นผมก็ยังคงไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้โดยไม่หวังอะไรมากมาย

หลังจากดูจบต้องบอกว่าการสบประมาทตัวอย่างหนังนั้นคิดผิดมาก เพราะความมันส์ความสนุกทั้งหลายแหล่นั้น มาอยู่ในหนังเต็มทั้งหมด ตัวอย่างนั้นเป็นแค่น้ำจิ้มถ้วยเล็ก ๆ ไปเลยทีเดียว ช่วงแรกของหนังจะอธิบายประวัติความเป็นมาของแอสการ์ด และสาเหตุที่ธอร์โดนเนรเทศมาโลกมนุษย์ แต่ในช่วงที่ธอร์กำลังจะถูกส่งมาโลกมนุษย์หนังเดินเรื่องค่อนข้างอืดอาด ขาดความน่าสนใจไปพอสมควร

หนังมาแก้ตัวได้สำเร็จเมื่อธอร์ถูกส่งมาโลกมนุษย์ ความตลกโปกฮาตามมาทันทีเพราะความเฉิ่มเบอะของพ่อธอร์ เพราะเขามาในโลกที่ไม่คุ้นเคย ทำให้อะไรก็ใหม่และชวนงงสำหรับเขาไปหมด ในช่วงที่ธอร์กำลังใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ หนังจะตัดสลับกับเหตุการณ์ที่แอสการ์ดขณะที่โลกิกำลังหาทางยึดอำนาจนั่นเอง

เมื่อถูกเนรเทศมาอยู่โลกมนุษย์ ธอร์ก็ปรับปรุงพัฒนาตัวเอง จากเดิมที่ใจร้อนไร้เหตุผล กลับมามีเหตุผลและใช้หัวคิดก่อนจะลงมือทำอะไรมากกว่าเดิม แต่บอกเลยหนังเรื่องนี้ตัวร้ายอย่างโลกิ แสดงโดยทอม ฮิลเดลตัน ได้ใจไปเต็ม ๆ เพราะเขามีเสน่ห์มาก ๆ  ส่วนฉากอินเลิฟระหว่างธอร์และเจนก็ทำเอาผมประทับใจมาก มันดูน่ารักมากเลยนะครับที่เทะเจ้าจะมารักกับมนุษย์

คะแนนเนื้อเรื่อง 8/10 หนังทำออกมาได้ดีพอสมควรนะครับในภาพรวม แต่ด้อยไปนิดหน่อยในช่วงที่ธอร์กำลังจะถูกส่งมายังแอสการ์ด แต่หลังจากธอร์มาโลกมนุษย์หนังก็กลายเป็นหนังตลกฮีโร่ไปเลย และการดำเนินเรื่องก็น่าสนใจมากครับทำให้เราลุ้นตามว่าธอร์จะมีคุณสมบัติที่คู่ควรกับแอสการ์ดเมื่อไหร่

คะแนนเอฟเฟคต์ 9/10 หนังจะมีCGและเอฟเฟคต์โดดเด่นเฉพาะฉากที่แอสการ์ดครับ คนดูจะได้เห็นถึงความสวยงามและความอลังการของเมืองแอสการ์ด แต่ที่โดดเด่นที่สุดคงจะเป็นสะพานเดินไปสู่Gateที่จะส่งผู้คนไปที่อื่นได้ด้วยลักษณะของTime Machine สะพานมีความสวยและดูแฟนตาซี ผมเห็นแล้วแทบอยากไปอยู่ที่เมืองสวย ๆ แบบแอสการ์ดจริง ๆ

 

THOR 2 THE DARK WORLD เทพเจ้าสายฟ้า โลกาทมิฬ

Thor 2 The Dark World เทพเจ้าสายฟ้า โลกาทมิฬ  สานต่อเรื่องราวการผจญภัยบนจอใหญ่ของธอร์ อเวนเจอร์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่ต่อสู้เพื่อปกป้องโลกและดินแดนทั้ง 9 จากศัตรูลึกลับที่หมายจะครอบครองจักรวาล ในการต่อสู้จาก “ ภาค 1” และ “มาร์เวลส์ ดิ อเวนเจอร์ส” ธอร์ ต่อสู้เพื่อนำความสงบกลับมาสู่จักรวาล…แต่ชนเผ่าโบราณที่นำโดย มาเลคิธ ผู้เคียดแค้น ได้กลับมาเพื่อทำให้จักรวาลกลับเข้าสู่ความมืดมิดอีกครั้ง การเผชิญหน้ากับศัตรูที่แม้แต่ โอดิน และ แอสการ์ด ไม่สามารถรับมือได้ ธอร์ต้องมุ่งหน้าสู่การเดินทางที่เต็มไปด้วยอันตรายและเป็นส่วนตัว เมื่อการเดินทางครั้งนี้ได้นำเขากลับมาพบกับเจน ฟอสเตอร์ และบังคับให้เขาต้องเสียสละทุกสิ่งอย่างเพื่อปกป้องพวกเราทั้งหมด

มหายุค ที่ผ่านมา บ่อ พ่อ ของ โอดิน ที่ ขัดแย้ง กับ เอลฟ์มืด Malekith ที่ พยายามที่จะ ทำลาย จักรวาล โดยใช้ อาวุธ ที่รู้จักกันเป็น อากาศธาตุ หลังจากที่ ชนะ Malekith กองกำลัง รวมทั้ง นักรบ ที่เรียกว่า เพิ่ม Kursed บน โลก บ้าน ของพวกเขา Svartalfheim บ่อ ป้องกัน อากาศธาตุในคอลัมน์ หิน ถิ่น บ่อ , Malekith โท ของเขา Algrim และ กำมือของ เอลฟ์มืด หลบหนี เข้ามาใน การเคลื่อนไหวชั่วคราว
ใน ปัจจุบัน แอสการ์ด โลกิ ยืน จำคุก ในข้อหาก่ออาชญากรรม สงคราม ของเขา บนโลก ขณะที่ ธ อร์ ควบคู่ไปกับ นักรบ Fandral , Volstagg และ เออ ขับไล่ กวน บน Vanaheim บ้านของ เพื่อน ของพวกเขา Hogun มันเป็น การต่อสู้ครั้งสุดท้าย ใน สงคราม สงบเก้า อาณาจักรต่อไปนี้ การก่อสร้าง ของ Bifrost ,” สะพานสายรุ้ง ” ระหว่าง อาณาจักร , ซึ่งได้รับการ ทำลาย เมื่อสองปีก่อน สการ์ได้เรียนรู้ว่า ในไม่ช้าบรรจบ ,การจัดตำแหน่ง ที่หายากของเก้า อาณาจักร เป็นใกล้ ; เป็น วิธี เหตุการณ์พอร์ทัล การเชื่อมโยง โลกที่ ปรากฏที่สุ่ม หนังจักรวาล Marvel

หนังจักรวาล Marvel บนโลก นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ ดร. เจน ฟอสเตอร์ และ ฝึกงาน ของเธอ ดาร์ซี ลูอิส
เดินทางไปยังโรงงานร้าง ที่ พอร์ทัล ดังกล่าวได้ ปรากฏ กระทบ กฎหมายของ ฟิสิกส์ รอบตัวพวกเขา แยก จากกลุ่มเจน
จะถูก เคลื่อนย้ายไปยัง อีกโลกหนึ่ง ที่ เธอจะ ติดเชื้อจาก อากาศธาตุ Heimdall แจ้งเตือน ว่า ธ อร์ เจน ได้ย้าย
เกินกว่า สายตา ของเขา มีอำนาจทุกอย่าง อยู่ใกล้ ที่นำ มาสู่โลก ของ ธ ​​อร์ หลังจากที่ ธ อร์ พบว่า เธอ ไม่ได้ตั้งใจ
ปล่อยพลัง ประหลาด และ เขากลับมา อยู่กับเธอ ที่ แอสการ์ด โอดิน ตระหนัก อากาศธาตุเตือน ว่า อากาศธาตุจะไม่เพียง
แต่ ฆ่า เจน แต่ที่ มันกลับ heraldsคำทำนาย ภัยพิบัติ Malekith , ตื่นขึ้นมาด้วย การเปิดตัวของ อากาศธาตุ เปลี่ยน Algrim
เป็น Kursedและการโจมตี แอสการ์ด ระหว่างการสู้รบ และ Malekith Algrim ค้นหา เจน รู้สึก ว่าเธอ มี อากาศธาตุ ธ อร์ แม่ของ Frigga
ถูกฆ่าตาย ปกป้อง เจน ในขณะที่ Malekith และ Algrim หนีโกรธ ของ ธ ​​อร์ แม้จะมี คำสั่ง ของโอดิน ไม่ได้ ที่จะออกจาก แอสการ์ด ธ อร์
อย่างไม่เต็มใจ ทีม ขึ้นกับ โลกิ ที่รู้ ของพอร์ทัล ที่เป็นความลับ ไปทั่วโลก Malekith ของ เจน ที่จะใช้ ออกไปจาก แอสการ์ด
และ ล่อ Malekith ใน การเผชิญหน้า ในทางกลับกัน ธ อร์ โลกิ สัญญา การแก้แค้น บน Malekith สำหรับการฆ่า แม่ของพวกเขา
ด้วย Volstagg และ เออ ถ่วง ทหาร Asgardian Fandral และ การให้ความช่วยเหลือ หลบหนี ของพวกเขา ธ อร์ โลกิ , และเจน เดินทางไป Svartalfheim

มี เทคนิค โลกิ Malekith เป็น อากาศธาตุ วาดออกมาจาก เจน แต่ความพยายาม ที่จะทำลาย สาร สัมผัสของ ธ ​​อร์ ล้มเหลว Malekith รวมตัวกับ อากาศธาตุ และใบ เรือของเขา ใน ขณะที่ โลกิ จะได้รับบาดเจ็บ สาหัส ในขณะที่ฆ่า Algrim ธ อร์ โลกิ cradling ใน อ้อมแขนของเขา สัญญาว่าจะ บอก พ่อ ของพวกเขา ของการเสียสละ ของเขา ธ อร์ และเจน พบ พอร์ทัล อื่นใน ถ้ำ บริเวณใกล้เคียงและ รวมตัว อยู่ในลอนดอนกับ ดาร์ซี และที่ปรึกษา ของเจน ดร. เอริค Selvig – ที่ สถาบัน สั้น เนื่องจากการ บาดเจ็บทางจิตใจ เขาต้องทุกข์ทรมาน ในระหว่างการโจมตี ของโลกิ ในโลก พวกเขารู้ว่า Malekith วางแผนที่จะ ทำลาย จักรวาล และเรียกคืน ความมืด เอลฟ์ ที่จะ ปกครอง โดย ปล่อย อากาศธาตุที่ เป็นศูนย์กลางของการ บรรจบกันใน กรีนนิช ธ อร์ ต่อสู้ Malekith ผ่านพอร์ทัล ต่างๆและ ทั่ว โลก จน หลาย พอร์ทัล แยกพวกเขา ออกจาก Malekith ค้าน บนโลก ธ อร์ กลับมาใน เวลาที่จะช่วย เพื่อน มนุษย์ ของเขา ใช้อุปกรณ์ ทางวิทยาศาสตร์ ของพวกเขา เพื่อการขนส่ง ที่จะ Malekith Svartalfheim ที่เขา บด เรือ ได้รับความเสียหาย ของตัวเอง

ธ อร์ กลับไป แอสการ์ด ที่เขา ปฏิเสธข้อเสนอ ของโอดิน ที่จะใช้ ราชบัลลังก์ และบอกว่า โอดิน ของการเสียสละ ของโลกิ ในขณะที่เขา ออกจาก รูปแบบ ของโอดิน แปลง ที่ของโลกิ ยิ้ม ในที่เกิดเหตุ กลาง เครดิต , Volstagg และ เออ สะสม เยี่ยมชมและ มอบความไว้วางใจ อากาศธาตุในการดูแล ของเขา แสดงความคิดเห็นว่า มีTesseract แล้วใน แอสการ์ด มีสอง Infinity หิน เพื่อ ใกล้กัน จะเป็นอันตราย ขณะที่พวกเขา ออกจากคำพูดของ นักสะสม “หนึ่ง ลง ไป ห้า . ” ในฉากที่ โพสต์หน่วยกิต เจนและ ธ อร์ รวมตัว บนโลก ในขณะที่ บางแห่งใน กรุงลอนดอน มอนสเตอร์จาก น้ำค้างแข็ง Jotunheim ขนส่ง ตั้งใจ มาสู่โลก ในระหว่าง การต่อสู้ครั้งสุดท้าย ยังคง ทำงานอาละวาด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *